ประวัติและปฏิปทา
หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท
วัดสระกำแพงใหญ่
ต.สระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ

อ่านเรื่องหลวงปู่ไปเรียนวิชาธรรมกายกับหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ


หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท เป็นพระเกจิชื่อดังและพระนักพัฒนา ที่ชาวอีสานใต้ต่างให้ความเลื่อมใสศรัทธากันเป็นอย่างดียิ่ง ด้วยความเป็นพระเถระที่มีเมตตาธรรมขั้นสูง เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เข้มขลังในวิทยาคมศักดิ์สิทธิ์ด้านเมตตามหานิยม เป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจแก่ผู้ทุกข์ร้อน ปัจจุบัน หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท สิริอายุ 95 พรรษา 74 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ

อัตโนประวัติ หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท เป็นคนเมืองศรีสะเกษ โดยกำเนิด เกิดในสกุล ประถมบุตร เมื่อวันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2453 โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายสอนและนางยม ประถมบุตร ครอบครัวมีฐานะยากจน

ในวัยเด็ก ได้เล่าเรียนหนังสือไทย ประถม ก.กา อยู่กับลุง เฉพาะตอนเย็นหรือกลางคืนเท่านั้น ทำให้ ด.ช.เครื่อง พออ่านออกเขียนได้ ก่อนได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนวัดสระกำแพงใหญ่

ด.ช.เครื่อง สนใจในการศึกษาเล่าเรียนหาความรู้เพิ่มเติมด้วยดี กอปรด้วยความขยันหมั่นเพียรยิ่งนัก แต่ด้วยฐานะทางบ้านยากจน เรียนได้เพียงชั้นประถมปีที่ 2 ครึ่งเทอม จำเป็นต้องพ้นสภาพของการเป็นนักเรียนตั้งแต่นั้นมา เพื่อทำงานหาเลี้ยงครอบครัวอย่างหนักเอาเบาสู้

ครั้นมีอายุครบ 21 ปี นายเครื่อง ได้กราบลาบุพการีและญาติพี่น้อง เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดสำโรงน้อย ต.หนองห้าง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ โดยมีพระครูเทวราชกวีวรญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์ใบฎีกาชม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์พรหมมา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา สุภัทโท มีความหมายว่า ผู้ประพฤติงาม

หลังเข้าพิธีอุปสมบทเพียง 2 สัปดาห์ โยมมารดาได้ล้มป่วยหนักและเสียชีวิตลง ทำให้ท่านต้องช่วยเป็นธุระจัดการงานศพมารดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนไปอยู่จำพรรษาวัดบ้านค้อ ต.กำแพง ผ่านพ้นวันออกพรรษา บรรดาญาติพี่น้องได้มาเกลี้ยกล่อมให้ท่านลาสิกขา แต่ท่านเกิดความเบื่อหน่ายในชีวิตปุถุชน ตั้งใจอุทิศชีวิตให้บวรพระพุทธศาสนา แสวงหาทางหลุดพ้นทุกข์
ต่อมา ท่านตัดสินใจเดินทางไปวัดทุ่งไชย เพื่อไปศึกษาเล่าเรียนคัมภีร์มูลกัจจายน์ เป็นเวลา 2 เดือน ก่อนเดินทางต่อไปที่วัดบ้านยางใหญ่ ต.เมืองแคน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ฝากตัวเป็นศิษย์กับพระอุปัชฌาย์สาย เจ้าอาวาส เพื่อขอเรียนบาลีและคัมภีร์มูลกัจจายน์

พระอุปัชฌาย์สาย เอ็นดูลูกศิษย์คนนี้มาก ด้วยผลการเรียนเป็นที่น่าพอใจ ท่านเรียนได้ดี ทั้งในการแปลภาษาบาลีเป็นประโยคคล่องแคล่วและใส่สัมพันธ์ด้วย เริ่มตั้งแต่การสนธิ เป็นต้นไป

พ.ศ.2477 เดินทางไปอยู่วัดหลวงเมืองอุบล จ.อุบลราชธานี ได้ศึกษาบาลีไวยากรณ์ พ.ศ.2480 สอบได้นักธรรมชั้นโท

พ.ศ.2481 ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดพงษ์พรต ต.หนองกว้าง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เป็นเวลา 11 ปี ในระหว่างนั้น พ.ศ.2483 สอบได้นักธรรมชั้นเอก

ลำดับผลงานด้านการปกครอง พ.ศ.2480 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลกำแพง อ.อุทุมพรพิสัย และได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจข้อสอบประโยคนักธรรมชั้นตรี

พ.ศ.2488 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระคณาธิการ องค์การศึกษา อ.อุทุมพรพิสัย พ.ศ.2490 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2494 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่ จนถึงปัจจุบัน

สำหรับผลงานด้านการพัฒนาสังคมและสาธารณสงเคราะห์ ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างตึกผู้ป่วย "ตึกหลวงปู่เครื่อง สุภัทโท" เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 5 รอบ โรงพยาบาลอุทุมพรพิสัย ได้จัดสร้างศาลาประชาคมบ้านหนองแปน ต.กำแพง จัดตั้งมูลนิธิหลวงปู่เครื่อง สุภัทโท รวมทั้ง บริจาคเงินสมทบทุนสร้างพระประธานและห้องเรียนนักเรียนอนุบาล มอบให้โรงเรียนบ้านค้อ ต.สระกำแพง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ

พ.ศ.2538 สร้างถนนลาดยาง สายทิศเหนือวัด จากบ้านกำแพงถึงตลาดอุทุมพรพิสัย โดยของบประมาณสนับสนุนจากแขวงการทาง จ.อุบลราชธานี

พ.ศ.2540 สร้างพระประธานพร้อมหอพระ มอบให้โรงเรียนบ้านหนองห้าง ต.หนองห้าง อ.อุทุมพรพิสัย

พ.ศ.2541 สร้างมณฑปประดิษฐานหลวงพ่อนาคปรกโบราณ

หลวงปู่เครื่อง ได้ให้การอุปถัมภ์ด้านการศึกษา โดยการจัดตั้ง ร.ร.สอนพระปริยัติธรรม นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก และบาลีไวยากรณ์ขึ้นที่วัดพงษ์พรตและได้จัดตั้งโรงเรียนพุทธมามกะเยาวชน นอกจากนี้ ได้จัดตั้งโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ สำหรับพระภิกษุ-สามเณร สอนในระดับ 3-4

พ.ศ.2538 สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา พ.ศ.2541 สร้างโรงเรียนสระกำแพงวิทยาคม เป็นอาคาร 2 ชั้น พร้อมอุปกรณ์

พ.ศ.2546 เป็นประธานก่อสร้างมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สถาบันอุดมศึกษาสำหรับพระภิกษุสงฆ์ แห่งแรกในจังหวัดศรีสะเกษ ด้วยการซื้อที่ดินและก่อสร้างบริเวณบ้านสระกำแพงใหญ่ ต.สระกำแพง อ.อุทุมพรพิสัย

ขณะเดียวกัน หลวงปู่เครื่องได้ทำนุบำรุงพัฒนาวัดให้เจริญก้าวหน้ามากมาย ด้วยถาวรวัตถุสิ่งก่อสร้างภายในวัดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกุฏิ วิหาร ศาลาการเปรียญ เมรุ กำแพงวัด ซุ้มประตู

ด้วยความที่หลวงปู่เครื่อง เป็นพระนักปฏิบัติ และสนใจการปฏิบัติเจริญภาวนากรรมฐาน ครั้งหนึ่ง ได้เดินทางไปศึกษาธรรมะจากพระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อสด) ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ตลอดจนออกเดินธุดงค์ไปยังที่ต่างๆ มาแล้วหลายแห่ง

ดังนั้น เมื่อหลวงปู่เครื่อง สร้างวัตถุมงคลออกมาแจกจ่ายบูชาให้แก่พุทธศาสนิกชน ตลอดจนบรรดาคณะศิษยานุศิษย์ จึงมีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เป็นพิเศษ

วันที่ 15 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันเกิดของหลวงปู่เครื่อง คณะศิษยานุศิษย์ทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักการเมือง พ่อค้า ประชาชน ที่ให้ความเคารพและศรัทธาหลวงปู่อย่างแรงกล้านับแสนคน จะพากันเดินทางไปวัดสระกำแพงใหญ่ เพื่อร่วมกันอวยพรวันคล้ายวันเกิดและขอพรอันเป็นสิริมงคลไม่เคยขาด กระทั่งกลายเป็นงานใหญ่ แม้ว่าหลวงปู่จะไม่ต้องการให้จัดเอิกเกริกใหญ่โต แต่ปฏิเสธศรัทธาของบรรดาคณะศิษยานุศิษย์มิได้

หลวงปู่เครื่อง เป็นพระเถระที่ชาวศรีสะเกษให้ความเลื่อมใสศรัทธาดุจดังเทพเจ้ามายาวนาน ทุกครั้งเวลามีผู้ประสบทุกข์ร้อนใจ ล้วนแต่พากันไปกราบหาท่าน ให้ประพรมน้ำมนต์ขจัดปัดเป่าให้ทุกข์ภัยต่างๆ สลายคลาย สร้างความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ด้วยเหตุนี้ ชาวเมืองศรีสะเกษ ต่างพร้อมใจกันขนานสมญานามให้หลวงปู่เครื่อง เป็น "เทพเจ้าอีสานใต้" เป็นเทพเจ้าในดงขมิ้นที่สามารถกราบไหว้ได้โดยสนิทใจแท้



.............................................................

คัดลอกมาจาก ::
นสพ.ข่าวสด หน้า 1 คอลัมน์ มงคลข่าวสด
วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 15 ฉบับที่ 5477